‘เล็ก คาราบาว’โพสต์อาลัย ‘ชาญชัย’หลับให้สบายนะเพื่อน

“เล็ก คาราบาว” อาลัยเพื่อนรัก“ชาญชัย ชัยรุ่งเรือง”เผยคบเป็นเพื่อนตั้งแต่วันแรกของการเป็นเด็กช่างอุเทนถวายรุ่น 40 ระบุชีวิตคือการเดินทางมีเกิด แก่ เจ็บตาย เหมือนกัน

เมื่อวันที่ 17 ก.พ.เพจเฟซบุ๊ก “Lek Carabao Solo ” หรือ “ปรีชา ชนะภัย”ได้โพสต์อาลัยถึง “นายชาญชัย ชัยรุ่งเรือง”อดีตรมว.อุตสาหกรรม ที่ถึงแก่อนิจกรรม ด้วยโรคมะเร็งว่า เพื่อนของผม ท่าน ดร.ชาญชัย ชัยรุ่งเรือง พี่แอ๊ดเคยพูดกับผมว่า “เดี๋ยวนี้คิดถึงใครไกลแค่ไหนก็ไปหาเลย” แกหมายถึงคนรุ่นเรานั้นเดินทางมาถึงจุดหนึ่งของชีวิตที่เป็นสัจธรรมจริงแท้แน่นอนมิอาจปฏิเสธได้ อีกครั้งที่ต้องบอกว่า “ชีวิตคือการเดินทางผ่านกาลเวลา” ซึ่งแต่ละคนมีไม่เท่ากัน แต่เริ่มต้นเหมือนกันและลงท้ายเช่นเดียวกัน ไม่ว่าใครก็มิอาจหลีกหนีได้ เกิดแก่เจ็บตายคือความเหมือนกันและเท่ากันของชีวิตอย่างแท้จริง

วันนี้ผมต้องเสียเพื่อนไปอีกคน ท่าน ดร.ชาญชัย ชัยรุ่งเรือง อดีต รมว.อุตสาหกรรม ท่านมีคติประจำใจว่า “คนเราเลือกเกิดไม่ได้ แต่เลือกกระทำได้” เราคบกันตั้งแต่วันแรกๆของการเป็นเด็กช่าง (อุเทนถวายรุ่น 40) รุ่นเดียวกันกับพี่แอ๊ด คาราบาว ยุคนั้นใส่กางเกงขาสั้นเข็มขัดขาวถุงเท้าขาว ปักที่อกเสื้อว่า กส.และเลขประจำตัว ผมเป็นคนที่จำตัวเลขไม่เก่ง แต่เลขบางเลขกลับไม่ลืม เช่นเบอร์โทรศัพท์แฟนคนแรก และเลขประจำตัวนักเรียน อาจเป็นเพราะมีเพื่อนรักที่มีเลขประจำตัวขนาบหน้าหลังก็เป็นได้ อีกอย่าง ถ้าลืมก็ยังถามเพื่อนได้ คือคุณประกอบมีเลขประจำตัว ๑๕๔๓๖ ส่วนผม ๑๕๔๓๗ ท่านชาญชัย ๑๕๔๓๘

ภาพวันคืนเก่าๆสมัยที่เรายังเป็นเด็กช่างยังคงมิเลือน เพื่อนผม (ท่านชาญชัย) เป็นนักกีฬาชกมวยของโรงเรียน อีกทั้งยังเป็นเพื่อนที่มีอาวุโสที่สุดในรุ่น เพื่อนๆจึงเรียกกันเล่นๆว่า “แก่”ก็สมกับสมญานามแหละครับ เพราะเพื่อนดูจะเป็นคนที่มีประสบการณ์มากกว่าเพื่อนๆในรุ่น โดยเฉพาะผม ซึ่งเป็นเด็กไม่เอาไหนในแทบทุกเรื่อง วันๆคิดแต่เรื่องเล่นดนตรี นึกถึงคืนวันที่เรานั่งตะโกนร้องเพลงของวงแกรนด์ฟังค์ แข่งกับเสียงฝนที่เทกระหน่ำมาบนหลังคาโรงฝึกงานจนอาจารย์ต้องร้องตะโกนแข่งขึ้นมาว่า “ใครแหกปากวะ ไปลากคอมันมาดิ” เพื่อนเป็นคนมีวิสัยทัศน์ตั้งแต่สมัยเรียนแล้ว เป็นนักพูดนักวางแผน ส่วนผมเอาแต่วาดรูปเครื่องดนตรีและเวทีดนตรีในฝัน

ครั้งหนึ่งเพื่อนเคยบอกให้ผมออกจากการเรียนไปเป็นนักดนตรีอาชีพที่ จ.อุดรฯ สมัยนั้นเป็นยุคสงครามเวียดนามปะทุ อีสานบ้านเรากลายเป็นแคมป์จีไอ ทั้งเมืองจึงเต็มไปด้วยทหารอเมริกันและผับบาร์ เพื่อนชมว่า “ฝีมืออย่างเล็กหาวงและงานประจำได้สบายมาก”

ไม่ว่าอย่างไร ผมไม่ได้ทำตามคำแนะนำของเพื่อน คือตอนนั้นผมยังแค่สิบแปดเองง่ะ และก็โชคดีมากๆเลย เพราะหลังจากนั้นไม่นานทหารอเมริกันก็โดนนักศึกษาไทยเดินขบวนไล่ จากวันนั้นถึงวันนี้ผมก็วิ่งหาความฝันของผมจนเจอ และแน่นอนว่าเพื่อนของผมก็เจอฝันของเขาเช่นกัน ทุกวันนี้เพื่อนดำรงตำแหน่ง ประธานกรรมการมหาวิทยาลัย กรุงเทพฯ-ธนบุรี “หลับให้สบายนะเพื่อน”